วิธีปกปิดบัตรประชาชนในรูปถ่าย (ปลอดภัย ง่าย 2026)

Suthida Tanapongบล็อกเกอร์ AI และตัดต่อวิดีโอ
วิธีปกปิดบัตรประชาชนในรูปถ่าย (ปลอดภัย ง่าย 2026)

วิธีปกปิดบัตรประชาชนในรูปถ่าย (ปลอดภัย ง่าย 2026)

คุณเคยต้องส่งรูปบัตรประชาชนให้ธนาคาร แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หรือหน่วยงานราชการออนไลน์หรือไม่? การปกปิดบัตรประชาชน รูปถ่ายกลายเป็นทักษะที่จำเป็นในยุคที่ธุรกรรมออนไลน์ครองโลก แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าควรปกปิดข้อมูลส่วนไหนบ้าง หรือใช้เทคนิคอะไรให้ปลอดภัยที่สุด ปัญหาคือ ถ้าคุณส่งรูปบัตรประชาชนไปโดยไม่ปกปิดข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เลข 13 หลัก หมายเลขเลเซอร์ หรือ QR Code ของคุณอาจตกไปอยู่ในมือมิจฉาชีพที่นำไปเปิดบัญชีธนาคาร สมัครซิมการ์ด หรือกู้เงินกู้นอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) กำหนดให้เจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์ควบคุมการใช้งานข้อมูลของตนเอง แต่การป้องกันที่ดีที่สุดคือการปกปิดข้อมูลด้วยตัวเองก่อนส่ง บทความนี้จะสอนเทคนิคการเบลอข้อมูลส่วนตัวบนบัตรประชาชนด้วยแอปมือถือและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เปรียบเทียบวิธีโมเสก การบล็อกสีทึบ และการเบลอแบบต่างๆ พร้อมคำแนะนำเฉพาะสำหรับแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้คุณส่งเอกสารออนไลน์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

วิธีปกปิดบัตรประชาชนในรูปถ่ายที่นิยมใช้กัน

เมื่อคุณต้องส่งรูปบัตรประชาชนให้ธนาคาร หน่วยงานราชการ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ การปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนคือขั้นตอนแรกในการป้องกันการโจรกรรมข้อมูล ตามหลัก พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ข้อมูลบนบัตรประชาชน — โดยเฉพาะเลข 13 หลัก — ถือเป็นข้อมูลละเอียดอ่อนที่มิจฉาชีพสามารถนำไปเปิดบัญชีธนาคาร สมัครสินเชื่อ หรือกู้เงินกู้นอกระบบได้โดยไม่ต้องมีบัตรตัวจริง

วิธีที่นิยมมี 4 แนวทาง: เบลอข้อมูลส่วนตัว ด้วยแอปมือถือ ใช้โมเสกรูปภาพ บนคอมพิวเตอร์ ปิดทับด้วยสติกเกอร์หรือ Watermark หรือขีดเส้นคร่อมด้วยปากกาแล้วถ่ายใหม่ แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน — การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะส่งไปที่ไหน ต้องการความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลระดับไหน และใช้อุปกรณ์อะไรอยู่

วิธีที่ 1: เบลอด้วยแอปมือถือ — เหมาะสำหรับการใช้งานเร็ว

แอปแต่งรูปบนมือถือเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดสำหรับคนที่ต้องส่งบัตรประชาชนผ่าน LINE โซเชียลมีเดีย หรืออีเมล แอปยอดนิยมอย่าง PicsArt Snapseed หรือ Blur Photo มีเครื่องมือเบลอข้อมูลส่วนตัวในตัว ใช้นิ้วปาดบนหน้าจอก็สามารถซ่อนข้อมูลบัตรประชาชนได้ภายใน 10-15 วินาที

ทำไมต้องเบลอหนา? เพราะ AI unblur และเทคโนโลยี image sharpening สมัยใหม่สามารถกู้คืนข้อมูลจากภาพเบลอบางๆ ได้ภายใน 2-3 วินาที — ตัวเลขต้องมัวจนแยกหลักไม่ออกเลย การเบลอที่ปลอดภัยต้องทำให้เลข 13 หลักกลายเป็นก้อนสีเทาหรือสีน้ำตาลที่ไม่มีรูปร่างตัวเลขเหลืออยู่เลย

ขั้นตอนพื้นฐาน: เปิดแอป → อัปโหลดรูปบัตรประชาชน → เลือกเครื่องมือ Blur หรือ Mosaic → ปาดนิ้วบนเลข 13 หลัก ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และรูปใบหน้า (ถ้าจำเป็น) → ปรับความเข้มของเบลอให้สูง (ระดับ 80-100%) → บันทึกเป็นไฟล์ใหม่ ห้ามแก้ทับต้นฉบับ เพราะบางแอปเก็บ edit history ไว้ใน metadata

💡
TIP สำคัญ : ทดสอบโดยซูมเข้าไปที่ส่วนเบลอ 200-300% ถ้ายังเห็นรูปร่างตัวเลขหรือขอบตัวอักษร ให้เบลอเพิ่มอีก 1-2 รอบ การเบลอที่ปลอดภัยต้องทำให้ข้อมูลกลายเป็นสีเดียวสม่ำเสมอ — ไม่มีลายเงาหรือขอบเหลืออยู่

ข้อจำกัด: แอปมือถือฟรีมักบีบอัดความละเอียดรูปภาพลง 70-80% เมื่อส่งเอกสารออนไลน์ให้หน่วยงานที่ต้องการความละเอียดสูง (เช่น ธนาคารสำหรับสินเชื่อบ้าน) รูปอาจไม่ผ่านการตรวจสอบ นอกจากนี้ แอปบางตัว (เช่น Canva เวอร์ชันฟรี) ฝัง Watermark เล็กๆ ที่มุมรูป — ถ้าใช้กับธุรกรรมออนไลน์ที่เป็นทางการ อาจดูไม่เป็นมืออาชีพ

วิธีที่ 2: ใช้โมเสกบนคอมพิวเตอร์ — ปลอดภัยกว่าและแม่นยำกว่า

โมเสกรูปภาพ (pixelate) คือเทคนิคเบลอที่แปลงพิกเซลเป็นบล็อกสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ทำให้ข้อมูลถูกทำลายอย่างถาวร — ไม่สามารถกู้คืนได้แม้ใช้ AI โปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่าง Photoshop Pixlr (เว็บไซต์ฟรี) หรือแม้แต่ Microsoft Paint บน Windows ก็มีฟังก์ชันนี้

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องส่งบัตรประชาชนให้หน่วยงานราชการ ธนาคาร หรือแพลตฟอร์มที่ต้องการการยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการ เพราะความละเอียดรูปภาพไม่ถูกบีบอัด และคุณควบคุมได้ว่าจะปกปิดข้อมูลส่วนไหนแน่นอน

ตัวอย่างเฉพาะ: ธนาคารส่วนใหญ่ (KBank, SCB, Krungsri) อนุญาตให้เบลอเลข 13 หลักตรงกลาง 6-8 หลัก แต่ต้องเห็น 2-3 หลักแรกและหลักสุดท้าย ส่วนหน่วยงานราชการ (เช่น สำนักงานที่ดิน) บางแห่งขอให้เห็นเลขทั้งหมดแต่ให้ขีดเส้นคร่อมพร้อมเขียน "ใช้เพื่อ [ชื่อหน่วยงาน] เท่านั้น" ด้วยปากกา — ถ่ายรูปใหม่หลังขีดเสร็จ

ขั้นตอนด้วย Pixlr (ฟรี): เข้า pixlr.com/editor → เปิดรูปบัตรประชาชน → เลือก Rectangle Select Tool → วาดกรอบครอบเลข 13 หลัก → Filter → Pixelate → ตั้งค่า Block Size = 15-20 → Apply → ทำซ้ำกับชื่อ ที่อยู่ → Save (เลือก PNG คุณภาพสูง)

คำเตือน: Microsoft Paint บน Windows 10/11 มีฟังก์ชัน Undo history — ถ้าคุณแก้ไขรูปแล้ว Save ทับไฟล์เดิม ผู้รับอาจกดปุ่ม Properties ดู edit history ได้ วิธีแก้: Save เป็นไฟล์ใหม่ → ลบไฟล์เดิมออกจาก Recycle Bin → ใช้เครื่องมือลบ EXIF metadata (ดูวิธีที่ 4)

ข้อจำกัด: ใช้เวลานานกว่าแอปมือถือ (3-5 นาที) และต้องมีคอมพิวเตอร์ ถ้าคุณอยู่นอกบ้านหรือต้องการส่งด่วนผ่าน LINE วิธีนี้อาจไม่สะดวก นอกจากนี้ ถ้าใช้ Photoshop เวอร์ชันเต็ม โปรแกรมจะฝัง metadata ระบุว่าไฟล์ถูกแก้ไขด้วย Adobe — บางหน่วยงานอาจปฏิเสธเพราะกังวลว่ามีการปลอมแปลง

วิธีที่ 3: ปิดทับด้วยสติกเกอร์หรือกล่องสี — เหมาะสำหรับ PDF และเอกสารที่พิมพ์

การวางกล่องสีทึบ (สีดำ สีขาว หรือสีเทา) ทับข้อมูลเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เพราะข้อมูลใต้กล่องถูกปิดทับ 100% — ไม่มีทางกู้คืนได้ วิธีนี้นิยมใช้กับไฟล์ PDFที่ต้องส่งให้สำนักงานกฎหมาย โรงพยาบาล หรือหน่วยงานที่ต้องการเอกสารแบบ redacted

Canva (ฟรี) และ Fotor รองรับการวางกล่องสี: อัปโหลดรูปบัตรประชาชน → เลือก Shape → เลือก Rectangle → เปลี่ยนสีเป็นดำหรือขาว → ลากปรับขนาดให้ครอบเลข 13 หลัก → ตรวจสอบว่ากล่องไม่โปร่งแสง (opacity = 100%) → ดาวน์โหลด

กรณีพิเศษ: ถ้าคุณต้องพิมพ์สำเนาบัตรประชาชนแล้วส่งให้คนอื่น วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ขีดเส้นคร่อมด้วยปากกาสีน้ำเงินหรือสีดำ (ห้ามใช้ดินสอ — ลบออกได้) ลงบนกระดาษ พร้อมเขียนข้อความ "ใช้เพื่อ [ชื่อหน่วยงาน/บริษัท] เท่านั้น วันที่ [DD/MM/YYYY]" แล้วถ่ายรูปใหม่ด้วยมือถือ วิธีนี้ทำให้มิจฉาชีพนำรูปไปใช้ที่อื่นได้ยากขึ้น เพราะมี Watermark ถาวรที่ไม่สามารถแก้ไขได้

💡
TIP สำหรับ LINE และโซเชียลมีเดีย : ถ้าคุณต้องส่งบัตรประชาชนผ่าน LINE หรือ Facebook Messenger ให้ใช้ฟังก์ชัน "ส่งเป็นไฟล์" แทน "ส่งเป็นรูปภาพ" เพราะ LINE บีบอัดรูปภาพลง 50-60% ทำให้ความละเอียดต่ำ แต่ไฟล์ PDF ห

เปรียบเทียบเครื่องมือปกปิดบัตรประชาชนในรูปถ่าย

ฟีเจอร์PhotoshopCanvaPicsArtSnapseedMicrosoft Paint
ราคา799 บาท/เดือนฟรี (Pro: 419 บาท/เดือน)ฟรี (Gold: 189 บาท/เดือน)ฟรี 100%ฟรี (มากับ Windows)
รองรับการปกปิดข้อมูลเครื่องมือโมเสก + เบลอ + บล็อกสีทึบกล่องสี + สติกเกอร์ปิดบังเบลอ + โมเสก + พู่กันทาสีเบลอแบบ Lens Blurกล่องสีทึบเท่านั้น
ระดับอัตโนมัติManual (เลือกพื้นที่เอง)Manual (ลากกล่อง)Semi-auto (ตรวจจับใบหน้า แต่ต้องปรับเลข 13 หลักเอง)Manual (ปรับแต่งละเอียด)Manual (วาดด้วยมือ)
เวลาต่อ 1 รูป~2-3 นาที (ถ้าชำนาญ)~45 วินาที~1 นาที~1.5 นาที~30 วินาที (แต่ผลลัพธ์ไม่สวย)
แพลตฟอร์มWindows, macOSเว็บ, iOS, AndroidiOS, AndroidiOS, AndroidWindows เท่านั้น
ความละเอียดรูปภาพรักษาความละเอียดเต็ม (300 DPI+)ส่งออก 72-150 DPI (ฟรี)รักษาความละเอียดต้นฉบับรักษาความละเอียดต้นฉบับขึ้นกับไฟล์ต้นฉบับ
เหมาะกับมืออาชีพที่ต้องการควบคุมละเอียด + ทำงานเป็นชุดคนทำงานออฟฟิศที่ส่งเอกสารออนไลน์บ่อยผู้ใช้มือถือที่ต้องการแต่งรูปด่วนช่างภาพที่เน้นความเป็นธรรมชาติของเบลอผู้ใช้ที่ต้องการปิดบังด่วนที่สุด (ไม่สนคุณภาพ)

คำแนะนำ: ถ้าต้องการฟรีและรวดเร็ว Canva เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด — ลากกล่องสีทึบปิดเลข 13 หลักได้ใน 45 วินาที แต่ความละเอียดรูปจะลดลงในแพลน Free สำหรับมืออาชีพที่ต้องการควบคุมเต็มรูปแบบและทำงานเป็นชุด Photoshop คุ้มค่าการลงทุน 799 บาท/เดือน เพราะมีเครื่องมือ Batch Processing และโมเสกที่ปรับแต่งได้ละเอียด ผู้ใช้มือถือควรเลือก PicsArt เพราะรองรับทั้งเบลอและโมเสก พร้อมตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติ (แม้ยังต้องปรับเลขประจำตัวเอง)

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปกปิดบัตรประชาชนในรูปถ่าย

เสื้อสีอะไรถ่ายบัตรประชาชน 2568 ให้ปลอดภัย?

สีเสื้อไม่เกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล — สีพื้นหลังต่างหากที่สำคัญ กรมการปกครองแนะนำพื้นหลังสีฟ้า ขาว หรือเทา สำหรับความปลอดภัย คุณควรเบลอเลข 13 หลักและข้อมูลหลังบัตร (Laser Code, เลขหลังบัตร) ก่อนส่งรูปให้ใคร แม้แต่ธนาคารก็ไม่จำเป็นต้องเห็นเลขเต็ม 13 หลัก — ปกปิด 8-10 หลักแรกด้วย Photoshop หรือ Canva ก่อนอัปโหลด เหลือแค่ 3-5 หลักท้ายสำหรับยืนยันตัวตน

ส่งรูปบัตรประชาชนให้ปลอดภัย ทำอย่างไร?

ขั้นตอนปลอดภัย 3 ข้อ: (1) เบลอเลข 13 หลัก 8-10 หลักแรก เหลือแค่ 3-5 หลักท้าย (2) ปกปิดข้อมูลหลังบัตรทั้งหมด (Laser Code 12 หลัก, วันออกบัตร, วันหมดอายุ) (3) ลบ Metadata และข้อมูล EXIF ด้วย Google Photos หรือ Snapseed ก่อนแชร์ อย่าส่งรูปบัตรต้นฉบับผ่าน LINE หรือ Facebook Messenger — แพลตฟอร์มเหล่านี้บีบอัดรูป แต่ไม่ลบข้อมูลตำแหน่ง GPS เทคนิคเบลอเพิ่มเติม

ถ่ายบัตรประชาชนยังไงให้ปลอดภัย?

ถ่ายเฉพาะด้านหน้า — ห้ามถ่ายด้านหลังเด็ดขาด ด้านหลังมี Laser Code 12 หลักที่มิจฉาชีพใช้เปิดซิมการ์ดปลอมได้ ก่อนถ่าย ให้ขีดคร่อมด้วยปากกาสีน้ำเงิน "สำเนาเพื่อ [ชื่อหน่วยงาน] เท่านั้น + วันที่" ตรงกลางบัตร หลังถ่าย ใช้ PicsArt หรือ Canva เบลอเลข 13 หลัก 8 หลักแรก ความละเอียดรูปภาพไม่ควรเกิน 1200×800 พิกเซล — ไฟล์ขนาดใหญ่เกินไปเก็บรายละเอียดมากเกินพอที่ AI ถอดรหัสได้

ถ่ายบัตรประชาชน ควรปิดอะไรบ้าง?

ปิดบังข้อมูล 5 จุดนี้เสมอ: (1) เลข 13 หลัก — เบลอ 8-10 หลักแรก เหลือ 3-5 หลักท้าย (2) Laser Code 12 หลักหลังบัตร (3) วันออกบัตรและวันหมดอายุหลังบัตร (4) ที่อยู่บางส่วน — ปกปิดเลขที่บ้านและซอย เหลือแค่แขวง/เขต/จังหวัด (5) ใบหน้าในรูปบัตร ถ้าส่งให้แพลตฟอร์มที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ ธนาคารไทยส่วนใหญ่ (KBank, SCB, Krungsri) ยอมรับบัตรที่เบลอบางส่วน — โทรสอบถามก่อนส่ง วิธีปกปิดข้อมูลเพิ่มเติม

เบลอบัตรประชาชนด้วย blur.me ปลอดภัยกว่าแอปมือถืออย่างไร?

blur.me ใช้ AI ตรวจจับเลข 13 หลักและใบหน้าอัตโนมัติภายใน 3 วินาที — ไม่ต้องเลือกพื้นที่เบลอเอง ซึ่งลดโอกาสพลาดข้อมูลละเอียดอ่อน แอปมือถืออย่าง Microsoft Paint หรือ Pixlr ต้องเบลอด้วยมือ — ถ้าเลื่อนนิ้วพลาดแม้ 2-3 พิกเซล AI ถอดรหัสเลขได้ blur.me เข้ารหัสไฟล์ที่อัปโหลดทั้งหมด และลบถาวรเมื่อคุณกดดาวน์โหลดเสร็จ ใช้งานผ่านเว็บ — ไม่ต้องติดตั้ง ทำงานบนมือถือได้เลย ฟรีทดลองไม่จำกัดที่ BlurMe Studio

สรุป

การปกปิดข้อมูลบัตรประชาชนในรูปถ่ายคือการป้องกันตัวเองตาม PDPA — ปิดเลข 13 หลัก ที่อยู่ และ Laser Code ด้วยโมเสกหรือกล่องสีทึบก่อนส่งออนไลน์ทุกครั้ง ใช้เครื่องมือแก้ไขรูปภาพเช่น Photoshop, Snapseed หรือ Canva สำหรับงานเดี่ยว หรือเลือกเครื่องมือ Batch Processing ถ้ามีรูปเยอะ ถ่ายในแสงสว่าง ส่งเฉพาะด้านหน้า และลบ Metadata ก่อนส่งผ่าน LINE หรืออีเมล

Free to start

หากคุณต้องการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลในรูปภาพและวิดีโอจำนวนมากด้วย AI แบบอัตโนมัติ blur.me ช่วยประหยัดเวลาและรองรับมาตรฐาน PDPA

AI auto-detects and blurs all faces in your video. No install, no manual tracking.

Learn More About Blur.me
BlurMe Preview