PDPA เด็กนักเรียน รูปถ่าย: คู่มือถ่ายภาพและเผยแพร่อย่างปลอดภัย 2026
Suthida Tanapong — บล็อกเกอร์ AI และตัดต่อวิดีโอPDPA เด็กนักเรียน รูปถ่าย: คู่มือถ่ายภาพและเผยแพร่อย่างปลอดภัย 2026
โรงเรียนของคุณกำลังถ่ายรูปกิจกรรมนักเรียนเพื่อโพสต์บน Facebook โรงเรียนหรือเว็บไซต์ แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องขอความยินยอมผู้ปกครองตาม PDPA เด็กนักเรียน รูปถ่าย อย่างไร และเสี่ยงค่าปรับสูงสุด 5 ล้านบาทหรือไม่? คู่มือฉบับนี้อธิบายกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่เกี่ยวกับการถ่ายและเผยแพร่รูปภาพเด็ก พร้อมแบบฟอร์มยินยอมที่ดาวน์โหลดได้ กรณีที่ไม่ต้องขอความยินยอม และวิธีเบลอใบหน้าเด็กในรูปถ่ายอย่างรวดเร็วเมื่อจำเป็น
ทำไม PDPA เด็กนักเรียน รูปถ่าย ถึงสำคัญกับทุกโรงเรียน
กฎหมายคุ้มครองข้อมูลเด็กเข้มงวดกว่าผู้ใหญ่
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) กำหนดให้ข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กเป็น ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ตามมาตรา 26 ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนทุกครั้ง รูปถ่ายที่มีใบหน้าชัดเจนถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวตนได้ — โรงเรียนที่ถ่ายรูปนักเรียนในกิจกรรมโรงเรียนแล้วโพสต์บนเว็บไซต์โรงเรียนหรือ Facebook โรงเรียนโดยไม่มีหนังสือยินยอมผู้ปกครอง ถือว่าละเมิด PDPA ทันที
ค่าปรับสูงถึง 5 ล้านบาท — ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (กคช.) มีอำนาจสั่งค่าปรับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (โรงเรียน/ผู้บริหาร) สูงสุด 5 ล้านบาท กรณีเปิดเผยภาพถ่ายเด็กโดยไม่ได้รับความยินยอม ในปี 2567 มีโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งถูกผู้ปกครองร้องเรียนต่อ กคช. เพราะโพสต์อัลบั้มรูปโรงเรียนบน LINE Official โรงเรียนโดยไม่ขออนุญาต — ต้องจ่ายค่าเสียหายและระงับการเผยแพร่รูปภาพทั้งหมด
การขอความยินยอมต้องทำอย่างถูกต้อง — ไม่ใช่แค่บอกปากเปล่า
แบบฟอร์มยินยอมที่ถูกต้องต้องระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน (เช่น "เพื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์โรงเรียนและโซเชียลมีเดียโรงเรียน") ระยะเวลาการจัดเก็บ และสิทธิของเจ้าของข้อมูล (ผู้ปกครองสามารถขอถอนความยินยอมหรือขอลบรูปได้ตลอดเวลา) การขอความยินยอมแบบวาจาหรือประกาศทั่วไปไม่มีผลทางกฎหมาย — ต้องมีเอกสารลายลักษณ์อักษรหรือระบบดิจิทัลที่บันทึกไว้เป็นหลักฐาน
สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนถ่ายรูปและเผยแพร่ภาพนักเรียน
การถ่ายรูปและเผยแพร่ภาพนักเรียนไม่ใช่แค่เรื่องของการบันทึกความทรงจำ แต่เป็นเรื่องของกฎหมายที่ครูและโรงเรียนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ที่บังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565 กำหนดให้ภาพถ่ายที่แสดงใบหน้าของเด็กนักเรียนเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ตามมาตรา 26 ซึ่งต้องได้รับการขอความยินยอมอย่างชัดเจนจากผู้ปกครองก่อนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในกิจกรรมโรงเรียน วันเปิดเทอม ภาพกีฬาสี หรือกิจกรรมนักเรียนทั่วไป
โรงเรียนในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องเข้าใจว่าการเปิดเผยภาพถ่ายเด็กโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของข้อมูล และอาจเผชิญค่าปรับ PDPA สูงสุด 5 ล้านบาท ตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (กคช.) กำหนดไว้ การทำความเข้าใจข้อกำหนดเหล่านี้จะช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของเด็กและสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองในการประมวลผลข้อมูลของบุตรหลาน
ข้อกำหนดทางกฎหมายที่โรงเรียนต้องปฏิบัติตาม
การจัดการภาพถ่ายนักเรียนตาม PDPA:
- หนังสือยินยอมผู้ปกครอง — ต้องมีแบบฟอร์มยินยอมที่ระบุวัตถุประสงค์การใช้งานชัดเจน (เว็บไซต์โรงเรียน, Facebook โรงเรียน, LINE Official โรงเรียน, อัลบั้มรูปโรงเรียน) ก่อนถ่ายภาพทุกครั้ง ยกเว้นกรณีที่กฎหมายอนุญาต
- ข้อมูลที่ต้องเบลอ — ใบหน้าของนักเรียนทุกคนที่ผู้ปกครองไม่ให้ความยินยอม หรือในกรณีที่ต้องการเผยแพร่สาธารณะโดยไม่มีการขอความยินยอม ใช้วิธีการเบลอใบหน้า (Blur), โมเสก (Mosaic), หรือปิดบังด้วยสติกเกอร์
- ระยะเวลาเก็บรักษา — ระบุชัดเจนในแบบฟอร์มว่าจะเก็บภาพไว้นานเท่าใด (ปกติ 1-3 ปีการศึกษา) และต้องมีระบบจัดการข้อมูลที่ปลอดภัย พร้อมกระบวนการลบข้อมูลเมื่อครบกำหนด
- ช่องทางเผยแพร่ — ต้องระบุทุกแพลตฟอร์มที่จะนำภาพไปใช้ในแบบฟอร์มยินยอม เช่น โซเชียลมีเดียโรงเรียน (Facebook, Instagram, LINE), เว็บไซต์โรงเรียน, จดหมายข่าว, สื่อสิ่งพิมพ์
- สิทธิของเจ้าของข้อมูล — ผู้ปกครองสามารถเพิกถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ โรงเรียนต้องมีช่องทางให้ติดต่อและดำเนินการภายใน 30 วัน
ข้อมูลที่ต้องปกป้องตาม PDPA
ข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กที่โรงเรียนต้องระวัง:
- ✅ ภาพถ่ายใบหน้า — ถือเป็นข้อมูลไบโอเมตริกซ์ที่อ่อนไหวที่สุด ต้องได้รับความยินยอมเสมอ
- ✅ ชื่อ-นามสกุลเต็ม — เมื่อใช้ร่วมกับภาพถ่าย ทำให้สามารถระบุตัวตนได้ ต้องขอความยินยอมแยก
- ✅ ชื่อเล่น + ห้องเรียน — แม้จะดูไม่อ่อนไหว แต่เมื่อรวมกับภาพถ่ายก็สามารถระบุตัวตนได้
- ✅ ข้อมูลสุขภาพ — ภาพถ่ายที่แสดงอุปกรณ์ทางการแพทย์ แผลเป็น หรือความพิการ ต้องได้รับความยินยอมพิเศษ
- ✅ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง — GPS metadata ในรูปถ่ายที่แสดงบ้านหรือสถานที่ส่วนตัวของนักเรียน
กรณีที่ไม่ต้องขอความยินยอม (ข้อยกเว้นตามกฎหมาย)
PDPA มีข้อยกเว้นบางกรณีที่โรงเรียนสามารถถ่ายภาพได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม:
- 📋 การปฏิบัติตามสัญญา — รูปถ่ายสำหรับบัตรนักเรียน ทะเบียนนักเรียน หรือเอกสารทางการศึกษาที่จำเป็นต่อการจัดการเรียนการสอน
- 📋 การปฏิบัติตามกฎหมาย — ภาพถ่ายที่หน่วยงานราชการร้องขอตามอำนาจหน้าที่ เช่น การตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- 📋 ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย — การถ่ายภาพในงานสาธารณะที่มีผู้คนจำนวนมาก (เช่น งานกีฬาสี) โดยไม่โฟกัสที่ใบหน้าเด็กคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ และไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์
คุณภาพและรูปแบบภาพที่เหมาะสม
มาตรฐานการเบลอใบหน้าที่ปลอดภัย:
- 🎯 ระดับความเบลอ — ต้องเบลอจนไม่สามารถจำแนกใบหน้าได้ ไม่ใช่แค่เบลอเบา ๆ ที่ยังเห็นคร่าว ๆ ทดสอบโดยให้คนที่ไม่รู้จักดูว่าจำแนกได้หรือไม่
- 🎯 พื้นที่เบลอ — ครอบคลุมใบหน้าทั้งหมด ตั้งแต่หน้าผากถึงคาง และทั้งสองข้างหู ไม่เบลอแค่ดวงตาอย่างเดียว
- 🎯 รูปแบบการปกปิด — สามารถใช้ Blur (เบลอแบบเกาส์เซียน), Mosaic (โมเสกพิกเซล), หรือกล่องสีทึบ แต่ห้ามใช้สติกเกอร์ emoji ที่อาจหลุดหรือถูกแก้ไขได้ง่าย
- 🎯 ความละเอียดภาพ — สำหรับการเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย ใช้ความละเอียด 1080×1080px (Instagram) หรือ 1200×630px (Facebook) เพื่อให้ภาพชัดแต่ไม่หนักเกินไป
- 🎯 รูปแบบไฟล์ — บันทึกเป็น JPEG (สำหรับภาพทั่วไป) หรือ PNG (ถ้ามีข้อความหรือกราฟิกที่ต้องการความคมชัด) หลีกเลี่ยง HEIC ที่อาจเปิดไม่ได้บางอุปกรณ์
การจัดเก็บและลบข้อมูลอย่างเป็นระบบ
แนวทางจัดการภาพถ่ายนักเรียนตาม PDPA:
- 📁 โครงสร้างโฟลเดอร์ — แยกตามปีการศึกษา > ประเภทกิจกรรม > วันที่ เช่น "2026/กีฬาสี/2026-11-15" พร้อมไฟล์ Excel บันทึกรายชื่อนักเรียนในภาพและสถานะความยินยอม
- 📁 การเข้าถึงข้อมูล — จำกัดสิทธิ์เฉพาะครูและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ใช้รหัสผ่านที่แข็งแกร่ง เปลี่ยนรหัสทุก 90 วัน
- 📁 การสำรองข้อมูล — สำรองภาพถ่ายทุก 7 วัน ลงในฮาร์ดดิสก์ภายนอกหรือ cloud storage ที่มีการเข้ารหัส (Google Drive for Education, Microsoft OneDrive)
- 📁 กำหนดการลบ — ตั้งเตือนในปฏิทินเพื่อลบภาพเมื่อครบกำหนดตามที่ระบุในแบบฟอร์มยินยอม ใช้ซอฟต์แวร์ลบอย่างถาวร (ไม่ใช่แค่ย้ายไปถังขยะ)
- 📁 Log การเข้าถึง — บันทึกว่าใครเข้าถึงภาพเมื่อไหร่ เพื่อวัตถุประสงค์อะไร เก็บ log ไว้อย่างน้อย 1 ปี
เครื่องมือที่แนะนำสำหรับการเบลอใบหน้า
แอปและซอฟต์แวร์ที่โรงเรียนควรมี:
สำหรับโรงเรียนที่ต้องการเบลอใบหน้านักเรียนในภ
วิธีขอความยินยอมผู้ปกครองอย่างถูกต้อง (7 องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้)
ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หนังสือยินยอมผู้ปกครองต้องมีองค์ประกอบครบถ้วน ไม่ใช่แค่ให้ผู้ปกครองเซ็นชื่อแล้วจบ แต่ต้องระบุรายละเอียดที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจว่าโรงเรียนจะนำรูปภาพไปใช้อย่างไร
1. วัตถุประสงค์การใช้รูปภาพ — ต้องระบุชัดเจน
แบบฟอร์มยินยอมต้องบอกว่าโรงเรียนจะนำรูปภาพไปใช้ทำอะไร ห้ามเขียนคลุมเครือแบบ "เพื่อกิจกรรมโรงเรียน" เพราะไม่ผ่านเกณฑ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สำนักงาน กคช)
ตัวอย่างวัตถุประสงค์ที่ถูกต้อง:
- เผยแพร่บนเว็บไซต์โรงเรียน (ระบุ URL)
- โพสต์บน Facebook โรงเรียน (ระบุชื่อเพจ)
- อัลบั้มรูปกิจกรรมประจำปี
- ประชาสัมพันธ์กิจกรรมผ่าน LINE Official
ตัวอย่างที่ผิด:
- "เพื่อประชาสัมพันธ์" (กว้างเกินไป)
- "เพื่อกิจกรรมต่าง ๆ" (ไม่ระบุชัดเจน)
2. ช่องทางเผยแพร่ — ระบุทุกแพลตฟอร์ม
ต้องระบุว่าจะเผยแพร่รูปภาพผ่านช่องทางไหนบ้าง ถ้าโรงเรียนใช้หลายช่องทาง ต้องระบุครบทุกช่อง
ช่องทางที่โรงเรียนมักใช้:
- เว็บไซต์โรงเรียน
- Facebook Page โรงเรียน
- LINE Official Account
- อัลบั้มรูปกิจกรรม (ออฟไลน์)
- จดหมายข่าวผู้ปกครอง
- บอร์ดประชาสัมพันธ์ในโรงเรียน
ช่องทางที่ต้องระวัง:
- Instagram โรงเรียน (ถ้ามี)
- YouTube โรงเรียน (วิดีโอกิจกรรม)
- ส่งให้สื่อมวลชนภายนอก
3. ระยะเวลาเก็บรูปภาพ — ห้ามเก็บไว้ตลอดไป
ตาม มาตรา 26 ของ PDPA ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (โรงเรียน) ต้องระบุว่าจะเก็บรูปภาพไว้นานแค่ไหน และต้องลบเมื่อหมดความจำเป็น
ระยะเวลาที่แนะนำ:
- รูปภาพกิจกรรมประจำปี: เก็บ 1 ปีการศึกษา (ลบเมื่อจบปีการศึกษา)
- รูปภาพบนเว็บไซต์: เก็บ 2-3 ปี (อัปเดตเนื้อหาใหม่)
- อัลบั้มรูปออฟไลน์: เก็บ 5 ปี (ตามระเบียบเอกสารโรงเรียน)
ตัวอย่างข้อความในแบบฟอร์ม:
"โรงเรียนจะเก็บรูปภาพไว้ 1 ปีการศึกษา และจะลบภายใน 30 วันหลังจบปีการศึกษา เว้นแต่ผู้ปกครองขอให้ลบก่อนกำหนด"
4. สิทธิของเจ้าของข้อมูล — ผู้ปกครองมีสิทธิอะไรบ้าง
แบบฟอร์มต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบว่ามี สิทธิของเจ้าของข้อมูล ตาม PDPA:
สิทธิ 8 ประการที่ต้องแจ้ง:
- สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล (ขอดูรูปภาพที่โรงเรียนเก็บไว้)
- สิทธิขอรับสำเนาข้อมูล
- สิทธิขอแก้ไขข้อมูล (ถ้าข้อมูลไม่ถูกต้อง)
- สิทธิขอลบข้อมูล (ขอให้โรงเรียนลบรูปภาพ)
- สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (ห้ามโพสต์รูปใหม่)
- สิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูล
- สิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูล
- สิทธิถอนความยินยอม (เปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา)
ตัวอย่างข้อความในแบบฟอร์ม:
"ผู้ปกครองสามารถถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา โดยติดต่อครูประจำชั้นหรือส่งอีเมลไปที่ [อีเมลโรงเรียน] โรงเรียนจะดำเนินการภายใน 30 วัน"
5. ผู้รับข้อมูล — ใครบ้างจะเห็นรูปภาพ
ต้องระบุว่าโรงเรียนจะแชร์รูปภาพให้ใครบ้าง ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
ผู้รับข้อมูลทั่วไป:
- ครูและบุคลากรโรงเรียน
- ผู้ปกครองนักเรียนในชั้นเดียวกัน (อัลบั้มรูปห้องเรียน)
- บุคคลทั่วไปที่เข้าเว็บไซต์โรงเรียน
ผู้รับข้อมูลที่ต้องระบุเพิ่มเติม:
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ส่งรายงานกิจกรรม)
- สื่อมวลชน (ถ้าเชิญสื่อมาถ่ายภาพกิจกรรม)
- บริษัทจัดทำอัลบั้มรูป (ถ้าจ้างภายนอก)
ตัวอย่างข้อความในแบบฟอร์ม:
"รูปภาพจะเผยแพร่ต่อบุคคลทั่วไปผ่านเว็บไซต์โรงเรียน และอาจส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อรายงานผลการจัดกิจกรรม"
6. มาตรการรักษาความปลอดภัย — โรงเรียนป้องกันข้อมูลอย่างไร
แบบฟอร์มต้องอธิบายว่าโรงเรียนมีมาตรการอะไรบ้างในการป้องกันไม่ให้รูปภาพรั่วไหล
มาตรการพื้นฐาน:
- เก็บไฟล์รูปภาพในโฟลเดอร์ที่มีรหัสผ่าน
- อนุญาตให้เฉพาะครูที่รับผิดชอบเข้าถึงได้
- ห้ามครูดาวน์โหลดรูปไปใช้ส่วนตัว
- ลบรูปภาพในระบบจัดการข้อมูลเมื่อหมดระยะเวลาเก็บ
มาตรการขั้นสูง (สำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่):
- ใช้ระบบจัดการข้อมูลที่มี audit log (บันทึกว่าใครเข้าถึงไฟล์เมื่อไหร่)
- เข้ารหัสไฟล์รูปภาพ (encryption)
- สำรองข้อมูลบน cloud ที่ได้มาตรฐาน
7. ลายเซ็นและวันที่ — ต้องมีทั้งผู้ปกครองและโรงเรียน
แบบฟอร์มต้องมีช่องให้ผู้ปกครองลงลายเซ็นพร้อมวันที่ และต้องเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐาน
ข้อมูลที่ต้องมีในช่องลายเซ็น:
- ชื่อ-นามสกุลผู้ปกครอง (ตัวบรรจง)
- ความสัมพันธ์กับนักเรียน (บิดา/มารดา/ผู้ปกครอง)
- ลายเซ็น
- วันที่ลงนาม
ตัวอย่างข้อความก่อนช่องลายเซ็น:
"ข้าพเจ้าได้อ่านและเข้าใจรายละเอียดข้างต้นแล้ว และยินยอมให้โรงเรียนเก็บรวบรวมและเผยแพร่รูปภาพของบุตร/ธิดาตามวัตถุประสงค์ที่ระบุ"
Instantly blur any object with AI.
No manual tracking required. Browser-based & secure.
ขั้นตอนการเก็บความยินยอมที่ถูกต้อง
การขอความยินยอมผู้ปกครองไม่ใช่แค่แจกแบบฟอร
Pro Tips สำหรับการจัดการรูปถ่ายเด็กนักเรียนให้ปลอดภัย
เก็บหนังสือยินยอมผู้ปกครองอย่างเป็นระบบ
จัดทำไฟล์ดิจิทัลแยกตามห้องเรียนและปีการศึกษา พร้อมระบุวันหมดอายุของความยินยอมชัดเจน ควรใช้ระบบจัดการข้อมูลที่สามารถค้นหาและตรวจสอบสถานะความยินยอมได้ทันที เพราะผู้ปกครองมีสิทธิของเจ้าของข้อมูลในการถอนความยินยอมได้ตลอดเวลาตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ทำเครื่องหมายนักเรียนที่ไม่อนุญาตก่อนถ่ายภาพ
ก่อนถ่ายภาพกิจกรรมโรงเรียน ให้ครูผู้รับผิดชอบตรวจสอบรายชื่อนักเรียนที่ผู้ปกครองไม่อนุญาตให้เผยแพร่รูปภาพ และแจ้งช่างภาพหรือครูผู้ถ่ายภาพให้หลีกเลี่ยงการถ่ายนักเรียนเหล่านั้นเป็นจุดเด่น วิธีนี้จะช่วยลดภาระงานการประมวลผลข้อมูลและการเบลอใบหน้าภายหลัง
ใช้เครื่องมืออัตโนมัติสำหรับรูปถ่ายจำนวนมาก
หากต้องเผยแพร่รูปภาพกีฬาสีหรือกิจกรรมนักเรียนที่มีรูปถ่ายหลายร้อยภาพ การเบลอใบหน้าด้วย Photoshop หรือ Canva ทีละรูปจะใช้เวลานาน Blur.me สามารถประมวลผลรูปภาพจำนวนมากพร้อมกันและตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติ ช่วยให้ทีมงานโซเชียลมีเดียโรงเรียนประหยัดเวลาได้มาก
ตั้งค่าความละเอียดรูปที่เหมาะสมก่อนอัปโหลด
สำหรับเว็บไซต์โรงเรียนหรือ Facebook โรงเรียน ควรปรับขนาดรูปให้เหมาะสมก่อนอัปโหลด (1200-1600 พิกเซลด้านยาว) เพื่อลดเวลาในการประมวลผลข้อมูลและป้องกันการดาวน์โหลดรูปความละเอียดสูงไปใช้ในทางที่ผิด ไฟล์ JPEG คุณภาพ 80-85% เหมาะสำหรับการแชร์ออนไลน์
สำรองไฟล์ต้นฉบับแยกจากไฟล์ที่เบลอแล้ว
เก็บรูปภาพต้นฉบับไว้ในระบบที่ปลอดภัยและจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง แยกจากรูปที่ผ่านการเบลอใบหน้าแล้ว เพราะหากมีการร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สำนักงาน กคช.) คุณจะต้องแสดงหลักฐานว่าได้ดำเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวอย่างเหมาะสม
ตรวจสอบรูปก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง
แม้จะใช้เครื่องมือเบลออัตโนมัติแล้ว ควรมีผู้รับผิดชอบ (ควรเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของโรงเรียน) ตรวจสอบรูปภาพทุกภาพก่อนโพสต์ลง LINE Official โรงเรียนหรือโซเชียลมีเดีย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กที่ละเอียดอ่อนรั่วไหล เช่น ชื่อเต็ม หมายเลขบัตรนักเรียน หรือที่อยู่บ้าน
กำหนดระยะเวลาเก็บรูปภาพให้ชัดเจน
ตาม PDPA โรงเรียนต้องกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษารูปถ่ายเด็กให้ชัดเจน (เช่น เก็บไว้ 1 ปีการศึกษาหลังเด็กจบการศึกษา) และลบออกเมื่อหมดความจำเป็น การเก็บรูปภาพนักเรียนไว้นานเกินความจำเป็นอาจทำให้โรงเรียนเสี่ยงต่อค่าปรับ PDPA ได้ถึง 5 ล้านบาท
ใช้ Mosaic สำหรับข้อมูลที่ละเอียดอ่อนมาก
สำหรับรูปภาพที่มีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น รูปกิจกรรมโรงเรียนอนุบาลที่เด็กอาจใส่เครื่องแบบที่มีชื่อติดอยู่ หรือรูปที่แสดงสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว ควรใช้วิธีการเบลอใบหน้าแบบ Mosaic หรือ Pixelate แทนการเบลอแบบธรรมดา เพราะจะปกปิดรายละเอียดได้ดีกว่าและลดความเสี่ยงในการกู้คืนภาพ
จัดทำนโยบายการเปิดเผยภาพถ่ายเด็กที่ชัดเจน
โรงเรียนควรมีนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับการเปิดเผยภาพถ่ายเด็ก ระบุวัตถุประสงค์ การขอความยินยอม ช่องทางการเผยแพร่รูปภาพ และสิทธิของผู้ปกครองตามมาตรา 26 แจ้งให้ผู้ปกครองทราบตั้งแต่วันเปิดเทอมหรือวันสมัครเรียน และเผยแพร่บนเว็บไซต์โรงเรียนเพื่อความโปร่งใส
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเบลอใบหน้าเด็กนักเรียนตาม PDPA
ถ่ายรูปแบบไหนโดน PDPA?
ถ่ายรูปเด็กนักเรียนแล้วเผยแพร่บน Facebook โรงเรียน เว็บไซต์โรงเรียน หรือ LINE Official โดยไม่ขอความยินยอมผู้ปกครองก่อน ถือเป็นการละเมิด PDPA มาตรา 26 ภาพถ่ายที่แสดงใบหน้าชัดเจน ชื่อ-นามสกุล หรือเครื่องแบบโรงเรียนที่ระบุตัวตนได้ ต้องขอความยินยอมทุกครั้ง ยกเว้นกิจกรรมทางการศึกษาที่ไม่เผยแพร่สาธารณะ ค่าปรับสูงสุด 5 ล้านบาท ตามมาตรา 79-83
กฎหมาย PDPA มีสิทธิอะไรบ้างเกี่ยวกับเด็ก?
PDPA ให้สิทธิผู้ปกครองควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) ครอบคลุม 8 สิทธิหลัก: ขอเข้าถึงข้อมูล แก้ไข ลบ คัดค้านการประมวลผล ขอรับสำเนา ถอนความยินยอม ร้องเรียนต่อ สำนักงาน กคช และขอให้โรงเรียนหยุดใช้ข้อมูลทันทีเมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสม โรงเรียนต้องตอบสนองภายใน 30 วัน
ลงรูปนักเรียนผิดไหม?
ลงรูปนักเรียนไม่ผิด ถ้าได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเผยแพร่ แบบฟอร์มยินยอมต้องระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน (เช่น "โพสต์บน Facebook โรงเรียนเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม") และระยะเวลาใช้ข้อมูล หากไม่มีความยินยอม ให้ใช้การเบลอใบหน้าทุกคนในรูปก่อนเผยแพร่ Blur.me ประมวลผลรูปเด็กนักเรียนได้ 100 รูปใน 5 นาที ไม่ต้องเบลอทีละคน
ผู้ปกครองขอถอนความยินยอมหลังโพสต์แล้วต้องทำอย่างไร?
โรงเรียนต้องลบรูปภาพออกจากทุกช่องทางภายใน 30 วันนับจากวันได้รับคำขอ ครอบคลุม Facebook โรงเรียน เว็บไซต์ LINE Official และอัลบั้มรูปออนไลน์ทั้งหมด หากรูปถูกแชร์ต่อโดยบุคคลอื่น ให้ติดต่อขอลบด้วย พร้อมบันทึกหลักฐานการดำเนินการส่ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (กคช) กรณีถอนความยินยอมหมู่ ควรใช้ระบบจัดการข้อมูลเพื่อติดตามสถานะแต่ละรูป
เบลอใบหน้าแล้วยังต้องขอความยินยอมอีกไหม?
ถ้าเบลอใบหน้าจนระบุตัวตนไม่ได้ (ไม่เห็นใบหน้าชัดเจน ไม่มีชื่อ-นามสกุล ไม่มีเครื่องแบบที่ระบุโรงเรียนได้) ไม่ต้องขอความยินยอมตาม PDPA เพราะไม่ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่การเบลอแบบบางๆ (mosaic หยาบ) ที่ยังเดาใบหน้าได้ ยังต้องขอความยินยอม ใช้ Blur.me ปรับระดับความเบลอ 80-100% เพื่อความปลอดภัย วิธีนี้ช่วยโรงเรียนอนุบาลเผยแพร่กิจกรรมนักเรียนได้โดยไม่ต้องเก็บแบบฟอร์มยินยอมหลายร้อยฉบับ
สรุป
โรงเรียนที่ต้องเผยแพร่กิจกรรมนักเรียนบ่อยๆ มี 3 ทางเลือก: เก็บแบบฟอร์มยินยอมหลายร้อยฉบับทุกครั้ง ถ่ายแบบไม่เห็นใบหน้า หรือเบลอใบหน้าทุกคนก่อนโพสต์ วิธีที่ 3 ช่วยให้คุณครูประชาสัมพันธ์ได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง PDPA ถ้าต้องการเบลอบัตรประชาชนนักเรียนหรือเอกสารทะเบียนบ้านด้วย ใช้เทคนิคเดียวกัน
เบลอใบหน้านักเรียนใน 30 วินาที
ไม่ต้องเก็บแบบฟอร์มยินยอมหลายร้อยฉบับ Blur.me เบลอใบหน้าทุกคนในรูปโรงเรียนอัตโนมัติ
ลองฟรี